22 มิถุนายน 2562 ทีมสัตวแพทย์ ทช. และอาสา ดูแลมาเรียม พะยูนน้อย เพื่อได้มีโอกาสเติบโตอยู่ในธรรมชาติที่มีแหล่งหญ้าทะเลอาหารพะยูนผืนใหญ่

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190622094612193

นับตั้งแต่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำมาเรียม พะยูนน้อย เพศเมีย อายุประมาณ 5-6 เดือน พลัดหลงกับแม่ที่ทะเล จังหวัดกระบี่ นำมาอนุบาลดูแลที่จังหวัดตรังโดยปล่อยให้อยู่ในธรรมชาติในทะเลบริเวณอ่าวดุหยงใกล้เขาบาตู หมู่ 4 ตำบลเกาะลิบง นับตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้รวมเวลาเกือบ 2 เดือนแล้วเพื่อให้มาเรียมได้มีโอกาสเติบโตอยู่ในธรรมชาติที่มีแหล่งหญ้าทะเลอาหารพะยูนผืนใหญ่ และฝูงพะยูนอาศัยอยู่มากที่สุดประมาณ 180 ตัวในประเทศไทย เพื่อได้มีโอกาสเติบโตกลับเข้าฝูงได้อย่างปลอดภัย โดยกำลังเจ้าหน้าที่แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายดูแลความปลอดภัยให้มาเรียม ซึ่งจะต้องดูเรื่องเรือไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่อนุบาล รวมทั้งคอยลาดตระเวนตามหามาเรียมขณะน้ำลง เพื่อช่วยเหลือไม่ให้เกยตื้น และฝ่ายโภชนาการป้อนนมป้อนหญ้า ทั้งนี้กำลังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการป้อนอาหารให้แก่พะยูน คือ ทีมสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน (ภูเก็ต) อาสาสมัคร และกลุ่มพิทักษ์ดุหยงเพียงไม่กี่คนที่ทำงานกันอย่างหนักหมุนเวียนกันลงไปลอยคออยู่ในน้ำเพื่อป้อนนม ป้อนหญ้าให้แก่มาเรียมเกือบตลอดทั้งวัน เนื้อตัวเปียกปอนทั้งวันทั้ง ขณะน้ำขึ้น หรือน้ำลง เสี่ยงกับการเจ็บไข้ได้ป่วย เสี่ยงกับสัตว์มีพิษในทะเล เช่น แมงกะพรุนกล่อง ปลากระเบน รวมทั้งยังต้องยืนบนเปลือกหอย แง่งหินต่าง  ที่มีโอกาสจะได้รับบาดเจ็บได้ตลอดเวลา แต่ทุกคนก็เต็มใจที่อยากจะช่วยมาเรียมให้มีชีวิตรอดอยู่กับทะเลตลอดไป โดยทีมสัตวแพทย์พยาบาลจะใช้คนให้น้อยที่สุดที่จะเข้าถึงตัวมาเรียม เพราะไม่อยากให้มาเรียมเครียดหรือตื่น จึงทำให้หลายคนเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มใจทำเต็มที่เพราะอยากเห็นมาเรียมเติบโตแข็งแรง และกลับลงสู่ทะเลได้โดยไม่ต้องอาศัยคนอีกต่อไป สัตวแพทย์หญิงชวัญญา เจียกวธัญญู สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กล่าวว่า ตอนนี้ต้องมีการจัดเวรในการดูแลอนุบาลมาเรียม นำโดยทีมแพทย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แต่ละเวรจะต้องรับผิดชอบยาวนาน 1 สัปดาห์ ประกอบด้วย สัตวแพทย์ 1 คน ต่อนักวิชาการ 1 คน เป็นอย่างน้อย โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะมีทั้งหมด 5 ศูนย์ ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงหายาก แต่ในบริเวณนี้อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ภูเก็ต ดังนั้นในการผลัดเปลี่ยนเวรจะมีการขอความอนุเคราะห์จากศูนย์อื่นๆมาช่วยในบางผลัด เนื่องจากทีมสัตวแพทย์ศูนย์ภูเก็ตเริ่มมีอาการล้า จึงต้องขอความช่วยเหลือจากทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมาเป็นผลัดร่วมการดูแลพะยูนน้อยมาเรียมด้วย ซึ่งขณะนี้ทุกศูนย์มาช่วยกันอย่างเต็มที่ ทั้งเข้าใกล้และคุ้นชินกับมาเรียมแล้ว ทั้งนี้การดูแลมาเรียมเชื่อว่าอย่างน้อยต้อง 6 เดือนขึ้นไป เพราะมาเรียมอยู่ในช่วงที่ยังไม่หย่านม หรือจนกว่าที่มาเรียมจะหย่านมแล้วเขาออกไปได้เอง ตอนนี้จะมีการดูแลสุขภาพโดยรวมโดยทุก  วันในช่วงเช้า ซึ่งช่วงที่มาเรียมพักผ่อนจะมีการวัดสัญญาณชีพ ทั้งหัวใจ การหายใจ กระเพาะว่ามีอาการท้องอืดหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจอุจจาระและปัสสาวะว่ามีหรือเปล่า เพราะมาเรียมกินแล้วจะต้องถ่าย ถ้ามาเรียมท้องอืดมีแก๊ส หรือเลอ ก็จะให้ออกกำลังกาย แต่ถ้ามาเรียมอยากนอนพัก ซึ่งมาเรียมจะอยู่ใกล้เรือแม่ส้มจึงไม่ค่อยอยากจะดำน้ำเท่าไหร่ แต่ถ้ามาเรียมอยากนอนพักก็ต้องเอาแม่ส้มขึ้นฝั่ง มาเรียมก็จะได้นอนพัก หรือออกกำลังกาย โดยทางทีมแพทย์จะพิจารณาเป็นไปตามพฤติกรรมของมาเรียมว่าต้องการจะทำอะไรเป็นหลักก็ให้เขาทำ ส่วนการกินหญ้าทะเลนั้น ด้วยวัยขนาดนี้ยังกินหญ้าทะเลไม่เป็น หาแหล่งหญ้าทะเลไม่เป็นจึงต้องพาไป ยังกินได้เล็กน้อยจะให้กินเต็มรูปแบบอย่างตัวใหญ่ยังทำไม่ได้ ต้องค่อยปรับให้เขากินไปเรื่อย  ก่อน ตอนนี้พยายามให้กินได้ร้อยละ 30 ของน้ำหนักตัว ซึ่งก็ยังไม่ถึงแต่ก็เพิ่มขึ้นจาก 1 เดือนที่ผ่านมาที่ให้ได้ไม่ถึงลิตร แต่ตอนนี้ปรับเพิ่มเป็นลิตรครึ่งถึง 2 ลิตรต่อวัน แต่เป้าหมายอยากให้ 3 ลิตรต่อวัน แต่ต้องค่อย  ปรับไปเรื่อย  ถ้าปรับทีเดียวมาเรียมจะท้องอืด ส่วนหญ้าทะเลแล้วแต่มาเรียมจะกิน บางครั้งถ้าบังคับมาก  มาเรียมก็ไม่อยากกิน ถ้าเมื่อไหร่เขาอยากกินเขาจะออกไปกินเองแล้วแต่เขาเพียงแต่พาเขาไปอยู่ในแหล่งที่มีหญ้า เขาจะกินเองเมื่อวันที่เขาอยากกิน